The return! - studying is neverending :P

posted on 12 Jun 2011 01:14 by hanuelk
    กลับมาอัพบลอคอีกครั้ง หลังจากจบคอร์สไปแล้ว

        ไปเรียนภาษาที่เกาหลีมา สามเดือนค่ะ (นอกใจญี่ปุ่นแบบไม่ปิดบัง ฮ่าๆๆ) แต่จะว่ายังไงดี หนีก็หนีไม่พ้น เพราะคนญี่ปุ่นเต็มโรงเรียนเลย (ฮา) เพื่อนร่วมชั้นที่สนิทที่สุดก็เป็นคนญี่ปุ่น ในคาบพูดเกาหลี นอกคาบพูดญี่ปุ่น ได้ฝึกทั้งสองภาษา นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากเลยค่ะ

        (ทำไมไม่เจอเพื่อนญี่ปุ่นเร็วกว่านี้นะ เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีของวิชาภาษาศาสตร์เลย ฮ่วย! =.=)

        พอมีโอกาส’สัมผัส’ภาษาญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นจริงๆ เลยเกิดข้อสงสัยมากมาย และอยากลองเอามาแชร์ในบลอคนี้ดูค่ะ ก็ติดตามกันต่อไป (เมื่อเวลาและความขยันมาบรรจบกัน :P)

       

       

        วันนี้ไปให้อาจารย์ญี่ปุ่นสัมภาษณ์มาค่ะ ยิ่งตอกย้ำถึงความสามารถทางการพูดอันน้อยนิดของตัวเอง orz

        ขอเท้าความก่อน รู้สึกว่าอาจารย์จะทำวิจัยเกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นเนี่ยแหละค่ะ แล้วต้องการข้อมูลจากนักเรียนที่ไม่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น จริงๆอาจารย์เคยถามตั้งแต่ช่วงก่อนสอบไฟนอลเทอมที่แล้วแล้ว แต่วันที่จะทำแบบทดสอบดันเป็นตอนที่เราไปเกาหลีแล้ว ก็เลยแนะนำเพื่อนคนอื่นไป แต่เปิดเทอมมาอาจารย์ก็มาถามอีก เลยตอบตกลงไปค่ะ (ที่อิดออดเนี่ยไม่ใช่เพราะไม่อยากช่วยอาจารย์หรือเสียเวลาหรอกค่ะ แต่กังวลว่าภาษาญี่ปุ่นของตัวเองจะยิ่งไปทำให้อาจารย์ลำบากต่างหาก T_T)

        แบบทดสอบใช้เวลาสองวัน วันแรกคือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นข้อเขียน แล้ววันที่สองก็คือวันนี้ ซึ่งต่อยอดจากครั้งแรก สัมภาษณ์ว่าทำไมถึงเขียนตอบยังงั้น

        ผลคือ.... ชั่วโมงกว่าๆ (ทั้งที่อาจารย์บอกว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที) โอย ลืมศัพท์หมดเลย ศัพท์ง่ายๆที่ต้องใช้บ่อยๆก็ลืม อ๊ากกกกก !@#$% *กรีดร้องไม่เป็นภาษา*

        โอเค ไม่พูดเรื่องนั้นแล้วดีกว่า จิตตก

 

        เอนทรี่นี้อยากพูดถึงการบ้านวิชาแรกที่ได้มา คือ Advanced Japanese Reading ซึ่งสมองเราประมวลได้เองว่า “วิชาที่ว่าด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์และบทความญี่ปุ่นที่ยากเหนือคำบรรยาย” (เนื้อหารายวิชาของจริงเป็นยังไง ไม่ได้ตั้งใจดูเล้ย)

        เปิดมาคาบแรกก็ป้าบ อ่านข่าวการเมืองเมื่อปี2006 โดยไม่ใช้ดิก ไม่ได้พกมาเพราะพังไปนานแล้ว ไม่ถามเพื่อน อันนี้แหละที่ซวย

        ให้ตาย ไม่รู้เรื่องเลย -*-

        เดาไปงูๆปลาๆว่าน่าจะเป็นข่าวการเมือง เพราะเห็นชื่อ 管直人 (ไม่มีเหตุผลดีกว่านี้จริงๆค่ะ อ่านไม่ออกซักกะตัวแถมไม่สนใจการเมืองด้วย)

        ในเมื่ออ่านไม่ออก จะฝืนอ่านไปทำไม พลิกหน้าต่อไปสิคะ! อ้าว มีลิสต์ศัพท์ที่เกี่ยวข้องพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ เสร็จฮานึลแล้วล่ะ เรื่องเลือกตั้งแน่นอน electionหราซะขนาดนี้

        จบคาบได้งานกลุ่มมา ให้ไปแปลกับหาศัพท์ในข่าวที่อ่านวันนี้ (ฯลฯ) ส่วนที่เราได้รับมอบหมายคือลิสต์คำศัพท์ แม่เจ้า... จะแปลยังไงดีเนี่ย ทุกคำมันก็แปลว่าได้รับเลือกหมด T_T แถมคำแปลภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ช่วยซักเท่าไหร่ เล่นแปลว่า win/attain/grab/remain in/capture a seat in- แล้วจะทำยังไงดีล่ะ...

        เข้าสไกป์เจอคุณมินะที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นที่เกาหลี เลยได้โอกาสถามว่า (議席)に達する・に届く・を突破する・に留まる・を確保するมันต่างกันยังไง

        คุณมินะตอบกลับมาว่า むずかしいですねえ゚(゚´Д`゚)゚

        T______________T

        ถึงอย่างนั้นก็อุตส่าห์อธิบายให้ตามนี้

(~議席)

に達する←事実のみ

に届く←やっと達した。ぎりぎりな感じ。

を突破する←勢いがある。まだまだいける感じ。

に留まる←前回を上回らない。残念な感じ。

を確保する←安心感。とりあえず達した感じ。

でも、届くも「に届く勢いです」と使うと勢いがでる感じ。

        ความหมายศัพท์ที่คุณมินะบอกตรงนี้ พอมาเทียบกับในชีทแล้วมันไม่ค่อยตรง ภาษาอังกฤษมันไม่ได้อธิบายรายละเอียด เราเลยไปปรึกษาพี่บัว และได้ข้อสรุปว่าเซ้นส์มันคงไม่แรงขนาดนั้นมั้ง อย่าง届くคงไม่ใช่ว่าぎりぎりซะทีเดียว แต่เมื่อเทียบกับคำอื่นแล้วแฝงความรู้สึกว่าฉิวเฉียด ประมาณนี้รึป่าวนะ?

        ช่วยโต้แย้งด้วยนะคะ ใครมาไขความกระจ่างได้จะขอบคุณมากๆเลยค่ะ

        ส่วนคำที่มีปัญหา(มากๆ)อีกคำคือ現状維持

        คุณมินะก็แถลงไขมาประการฉะนี้

        "選挙だと、マイナスな感じがあるけど

        でも、何か問題があって、ダメージが懸念されているときとかは、とりあえず現状を維持するのが目標だ、みたいなニュアンスもあるね。"

        แถมต่อท้ายด้วยว่า う~ん、日本人として恥ずかしいです(*´д`*)

        การเมืองที่ไหนก็คล้ายๆกันล่ะค่า อย่าให้พูด ฮ่าๆ ฉันบ่นว่ายาก คุณมินะก็บอกว่า

        うん。(゚д゚)(。_。)日本人でも使い分けは大変です。

        เห็นมั้ย ไม่ได้เวอร์นะ มันยากจริง! T^T

 

        เอาล่ะ พอก่อนดีกว่า ง่วงแล้ว

        ไม่ถูกกับการเมืองสุดๆเลยแฮะ T T

        ถึงไม่ชอบ ไม่สนใจ แต่อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะคะ! -O-! (ไม่เกี่ยวเลยแต่ขอร่วมด้วยช่วยโปรโมท)

ส่งท้ายก่อนส่งบลอค~

posted on 28 Feb 2011 23:28 by hanuelk

         พอดีวันนี้ว่าง (ขี้เกียจอ่านหนังสือสอบ) เลยนั่งดูทีวีในทรูวิชั่นส์ (กิจกรรมสิ้นคิด+เพิ่มความอ้วน เพราะดูไปกินไป) พ่อจะได้ไม่บ่นว่าดูไม่คุ้ม ดูนาฬิกาอีกทีบ่ายสองซะแล้ว (แต่กว่าจะอัพเสร็จจริงก็ปาไปเกือบห้าทุ่มแล้ว แง้ เน็ตกากมาก )

         นั่งดูไปสี่รายการ (คนอ่าน: ถ้าว่างขนาดนั้นก็หาอะไรทำที่มีประโยชน์หน่อยไม่ดีกว่าเรอะ) ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งด่า คือรายการที่ดูน่ะเพื่อการศึกษานะ (อ้าง) มี TV Champion โกโกริโกะ 만원의행복 แล้วก็ Martha ฟังoriginalนะเออ! ไม่ใช้สแตนอิน เอ้ย ซับไตเติ้ล เพราะมันไม่มีให้ (โอเคยอมรับก็ได้ว่ารายการMarthaมีซับ แต่ก็พยายามฟังเองนะ) ฮ่าๆๆ ปรับภาษาในหัวแทบไม่ทัน

         รายการ만원의행복 (แข่งใช้ชีวิตด้วยเงินหนึ่งหมื่นวอน) ตอนนี้ดูซ้ำ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรติดใจ เลยไม่พูดถึงละกัน

         แต่อีกสามรายการน่ะ มีอะไรแปลกๆ(ในทางที่ดี) ก็เลยอยากเอามาแชร์ แค่นั้นล่ะค่ะ

         เริ่มกันที่ TV Champion 『浅草合羽橋通選手権』ตอนผู้เชี่ยวชาญย่าน合羽橋 มีแต่ของน่าสนใจทั้งนั้น ซะสึกะคนญี่ปุ่น หัวครีเอทดีจริงๆ (แต่บางอย่างก็ไม่คิดจะซื้อมาใช้จริงๆหรอกนะ อย่างข้าวกล่องของเด็ก ที่เป็นรูปรถไฟแล้วมีช่องใส่น้ำแข็งแห้งเพื่อให้ควันพุ่งออกมาจากหัวรถน่ะ -*-)

         รอบคัดเลือก 専門道具クイズ แข่งตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าในย่านกัปปะบะชิ ก็อุตส่าห์นั่งจดศัพท์มา ได้ชื่อของแปลกๆมาดังนี้

         ムシカマド หม้อหุงข้าวเตาถ่าน

         メッシュ手袋5本指ถุงมือกันมีดบาด

        
         両手餅切包丁มีดหั่นโมจิ เพิ่งรู้ว่าโมจิเขียนด้วยคันจิ ตัวนี้ >> 餅แหะๆ

         あんご玉ยี่ห้อ植田 ขนมที่เก่าแก่ที่สุด มีตั้งแต่สมัยปีโชวะที่สี่ (ตรงนี้ฟังไม่ทัน แต่อ่านเอาจากคำอธิบาย ฮ่าๆๆ)

         มีแม้แต่ถามว่าคันจิ(ชื่อสินค้า)อ่านยังไง! มีคนตอบถูกแค่คนเดียวอีกต่างหาก

          鉄刀木

         สิ่งนี้แหละที่เป็นโจทย์ อ่านออกกันป่าว? เดี๋ยวเฉลยอยู่ล่างสุด หึหึ

         รอบชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งระหว่างคุณ渡辺 合羽橋のお助けマン (เป็นคุณป้าท่าทางเคร่งขรึม รู้ทุกซอกทุกมุมในย่านนั้น คอยแนะนำของให้คนอื่น) และคุณかわじ アキバ系道具オタクอาชีพイラストレーター(ซึ่งในรายการบอกว่าแต่งงานมาแล้วสี่ปี แต่คุณเธอยังเป็นสาวแว่น ทำตัวแอ๊บแบ๊ว แถมยังย้อมผมสีบลอนด์ ใส่หมวกไหมพรมคิกขุตลอดเวลา เครียด ) ในวีทีอาร์แนะนำผู้เข้าแข่งขัน คุณคาวาจิอยู่ในร้านขายเครื่องครัว หันไปเห็นกาน้ำแล้วบอกว่า やかん、もえ~ เออะ..หวังว่าคงเป็นสคริปต์นะ ตูละเครียด

         ref: http://www.tv-tokyo.co.jp/tvchamp/back/071206.html

「合羽橋頂上決戦」
出場選手2名は、以下の3つの競技を行う。ポイントは持ち越され、先に5ポイントを先取した方がチャンピオンとなる。
第1競技 合羽橋インパクト道具対決
選手はお題に対してインパクトの強い商品を合羽橋の店舗から持って来る。各お題((1)大きい(2)高い)毎に勝った方が1ポイント獲得

รอบชิงรอบที่หนึ่ง ให้ผู้เข้าแข่งขันไปหาของตามหัวข้อที่ให้
ข้อแรก 大きい
คาวาจิเอา ペッパーミル อันยักษ์มา
ส่วนวะตะนะเบะเอาเรือใส่ซาชิมิ 盛込船 แต่ลำใหญ่มาก เด็กตัวเล็กๆขึ้นไปนั่งเล่นได้
ข้อนี้คุณคาวาจิชนะไป

ข้อสอง値段
คาวาจิเอาป้าย手彫りมา มันคือป้ายอะไรไม่ค่อยรู้ง่ะ ราคาประมาณ 89000เยน
ส่วนวะตะนะเบะเอามีดรูปร่างแปลกๆมา กรรมการก็เดาว่า 10万円มั่ง 13~14万円มั่ง พอเฉลย
บร๊ะเจ้า 55万円!!! มีดบ้าอะไรเนี่ย (ฟังคำบรรยายไม่ออกเลยไม่รู้เรื่อง) เรียกว่า 蕎麦切包丁บนใบมีดมีลวดลายที่ละเอียดมากๆ กรรมการก็บอกきれいกันใหญ่ วะตะนะเบะก็ชนะข้อนี้ไป

ป.ล.เสิร์ชหาดู รู้สึกจะเป็นมีดสำหรับหั่นเส้นโซบะล่ะ


第2競技 合羽橋便利グッズPK
選手は「一見何に使うか分からない便利グッズ」を相手に見せ、相手選手がその商品の使用方法を答えることができなかったら勝ち。
3回勝負のPK戦方式で勝った選手が1ポイント獲得

        รอบชิงรอบที่สอง ให้ผู้เข้าแข่งขันไปหาของที่สารพัดประโยชน์(?)มาให้อีกฝ่ายทายว่าคืออะไร พวกของจิปาถะอะ เรียกไม่ถูก ที่สองคนเอามาก็มี

        渡辺

 ドロップストップ เป็นแผ่นกลมๆ ม้วนใส่ปากขวดไวน์ กันไวน์หกเลอะเทอะ

        スポンジスライサー補助具 ที่หนีบมีด ช่วยให้ตัดเค้กสะดวก

        かわじ

 セラミックパックカッターคัตเตอร์ตัดกล่องนม อันนี้ดูสะดวกดีนะ เหมาะสำหรับรีไซเคิลด้วย

        いかクリップ ไว้หนีบปลาหมึกตอนย่าง จะได้ไม่งอ

        คุณวะตะนะเบะตอบที่หนีบปลาหมึกถูก เลยได้แต้มจากรอบนี้ไป


第3競技 合羽橋カルトクイズ
選手は合羽橋に関する問題に早押しで答える。
1問につき1ポイント獲得

        ส่วนรอบสุดท้ายแข่งตอบคำถาม แล้วจบที่คุณ渡辺 真理子ชนะ ได้เป็นแชมเปี้ยนไป~

        ต่อมารายการโกโกริโกะ ดูข้ามๆด้วยอะที่จริง เป็นตอนแนะนำ高速道路長人気グルメ แต่รายการนี้ต้องทำสถิติใช่มั้ย เค้าก็ท้าギャル曽根มากินของขึ้นชื่อ 5 อันดับแรกของแต่ละจุดพักแต่ละจังหวัด ให้ใช้เวลาน้อยที่สุด ตอนที่ฮานึลดูนี่ แวะแค่สองที่อะแต่จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหนมั่ง ขอโต๊ดดด

        ใครจะไปตะลอนเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์แล้วสนใจ ก็เข้าไปดูข้อมูลเมนูแนะนำของแต่ละจุดพักได้ที่นี่ http://dekamori.happylife7.com/tomei/ เว็บบอกทั้งราคาและคอมเม้นของギャル曽根ด้วย >

          Need help!

       สุดท้าย รายการของMartha Stewart (ดูอะไรแม่บ๊านแม่บ้านเนอะ ฮ่าๆๆ) เปิดไปเจอตอนทำอาหารพอดี เค้าทำปลานึ่งกินคู่กับควีนัว(Quinoa) ธัญพืชที่มีกรดอะมิโนจำเป็นแปดชนิด! แต่ดูท่าทางจะแพง ใครรักสุขภาพ กินมังสวิรัติ ก็เป็นอีกทางเลือกนึงนะ (โฆษณาเพื่ออออ)

        ref: http://www.marthastewart.com/recipe/steamed-halibut-with-lemon-olive-quinoa-salad

        ปัญหาคือดันฟังไม่ทันว่าเค้าเรียกลังถึงเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร ได้ยินแค่ส่วนหลังที่บอกว่า which is used to make Chinese dumplings -_- เดือดร้อนต้องไปขอความช่วยเหลือจากพี่Google เว็บออฟฟิเชียลเค้าเรียกว่า bamboo steamer basket (ยาวเชียว -_-)

        แล้วเกิดสงสัยขึ้นมาอีกว่า ลังถึง ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร ใครรู้ช่วยบอกที~

 

        และแล้ว...ขอจบการอัพบลอค(ที่ค่อนข้างไร้สาระ แต่ตัวเองได้ฝึกฟังภาษาญี่ปุ่น กร๊าก)อย่างเป็นทางการไว้ตรงนี้ค่ะ แต่สัญญาว่าจะยังหัดสังเกตภาษาญี่ปุ่น ข้อผิดพลาดของตัวเอง และพัฒนาปรับปรุงตัวเองต่อไปเรื่อยๆค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ
        สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีกับLa Pomme ที่ได้ทุนม.สตรีฟุกุโอกะสดๆร้อนๆเมื่อบ่ายวันนี้ค่ะ

 

        เฉลย

        鉄刀木 อ่านว่า たがやさん ซึ่งร้านそばさろん やぶきたใช้ทำที่พักตะเกียบ これを使った「そばうち棒」は2万4000円のお値段だった。:)

       ข้อมูลรายการทีวีแชมเปี้ยนอ้างอิงจาก This link and this link

       กว่าจะหาเว็บมาเช็คคันจิได้ เล่นซะเหนื่อยเลย

Output2: 「記憶の曲」の作文

posted on 27 Feb 2011 14:10 by hanuelk  in E-portfolio

          กลับมาอีกครั้งหลังจากจมหายไปกับอาทิตย์สอบ ฮ่าๆๆ จริงๆตั้งใจจะอัพตั้งแต่เมื่อคืนนะ แต่กลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนแล้ว หมดแรง (แก้ตัว) ไปไหนมาน่ะหรอ ไปเป็นสตาฟงานแฟนมีทของหานเกิงมาค่ะ เป็นกรรมกรแบกหาม กลับมาปวดเมื่อยไปทั้งตัว แถมน้ำหนักลดไปกิโลนึงแน่ะ (ดีใจ )


เอารูปหานเกิงมาแปะให้ยลค่ะ :3

          พูดถึงเรื่องสอบซักหน่อยดีกว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาทรหดสุดๆ ต้องงัดจิตวิทยาทุกรูปแบบมาใช้กับตัวเอง จะได้ไม่เป็นบ้าไปซะก่อน ฮ่าๆๆ อ้อ ตอนสอบพยายามจะใช้ているประเภท仮定ไปสองวิชาแน่ะ ไม่รู้ว่าถูกรึป่าวแต่ก็ยังหาเรื่องจะใช้! ฮ่าๆๆ

          ตอนที่รอสอบวิชาคอนเวอร์ ภาคoral ก็นั่งคุยกับเพื่อนที่เลขสอบติดกัน คือ Snowy กับเรียว หัวข้อที่เรียนคราวนี้มีเรื่อง 将来 ด้วย ตอนที่รอสอบอยู่ก็พยายามพูดภาษาญี่ปุ่นกัน แล้วก็ได้ประโยคนี้มา

その時もっと一生懸命勉強したら、今医学部で勉強したいるんだ。

         その時ที่ว่าเนี่ยหมายถึงตอนเอนทรานซ์ (ฮานึลเรียนสายวิทย์มาค่ะ ตั้งใจจะเข้าหมอมาตลอดแต่พอเอาเข้าจริงดันไม่ติด ฮา) แต่ไม่ได้พูดประโยคนี้ในห้องนะ เดี๋ยวอาจารย์เตะ 5555

          พยายามจะ意識ตลอดเวลาจริงๆ! (บางทีก็มากไปนะเธอ)

          เอาล่ะ ก่อนเข้าเรื่อง มีเรื่องมาแจ้งให้ทราบสองประการด้วยกัน

          หนึ่ง ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้อัพบลอคสำหรับวิชานี้แล้ว ย้ำว่า อาจจะ เพราะไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้จะฟิตมาอัพอีกมั้ย และหลังจากนี้อาจจะยังทำบลอคภาษาศาสตร์ต่อไป แต่คงไม่บ่อยขนาดนี้ รู้สึกว่ายังมีหลายเรื่องที่อยากพูดถึง (แต่มันดันไม่ใช่goalเลยไม่อัพซะ)

          สอง หลังจากจบเทอมนี้แล้ว อาจจะทำการย้ายบลอคไปอยู่บ้านใหม่หรือบ้านเดิมแต่ชื่อใหม่ เพราะต้องการใช้ชื่อ hanuelk ไปทำบลอคส่วนตัวค่ะ เกรงว่าถ้ารุ่นน้องมาเปิดดูเพื่อเป็นตัวอย่างในการเรียนรายวิชานี้ต่อไปแล้วจะช็อคเอา ถ้าย้ายแล้วอะไรยังไงจะรีบแจ้งที่อยู่นะคะ

          โอเคจบเรื่องแจ้งให้ทราบ ต่อไปจะเข้าเรื่องแล้วน้า

          「ねえ、日本語勉強しているでしょ?」と祖母に言われたわたしは「はい、何?」と問い返した。「そう?この歌を知っているの?」というと、祖母はある古い曲を歌った。わたしは少しびっくりして、「へっ!意味が分からないけど、それは日本語じゃないの?」と聞いた。祖母は大笑いして、この話を教えてくれた。戦争といえばみなは死や失敗のことだけを思い出すが、私の祖母は戦争のおかげである見知らぬ人と友人になって、楽しくて美しい思い出を作ることができた。今でも祖母はそのことをよく覚えていて、聞かれるたびに笑顔で熱心に話す。

          นี่เป็นย่อหน้าแรกของเรียงความชิ้นหนึ่งในสี่เรื่องที่แต่งเมื่อตอนเรียนวิชา JP WRIT I ค่ะ ตั้งชื่อเรื่องว่า 記憶の曲 เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยายค่ะ ตอนคุณยายเด็กๆ แล้วทหารญี่ปุ่นเข้ามาในไทย คุณยายได้รู้จักกับทหารคนนึงซึ่งสอนเพลงญี่ปุ่นให้ คุณยายก็จำและร้องได้มาจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าเนื้อเพลงมันผิดไปบ้าง แต่จำมาตั้งหลายสิบปีนี่สุดยอดจริงๆ ฮานึลได้ยินเรื่องนี้หลายรอบแล้ว พออาจารย์ให้ไปสัมภาษณ์ใครก็ได้เพื่อมาแต่งซาคุบุง เลยเลือกสัมภาษณ์ยายเนี่ยล่ะค่ะ เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าแต่งแล้วภูมิใจที่สุด ฮ่าๆๆ

          ている sentences!

          ประโยคต่อไปนี้คือประโยคที่มีているในงานเขียนนี้ค่ะ

日本語勉強しているでしょ?

この歌を知っているの?

祖母は最初に祖母の母と兄弟とバンコクに住んでいた。

          สามประโยคแรกไม่มีปัญหาเลย เพราะใช้กันอยู่บ่อยๆในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

ある日、祖母と同級生はその皮の中で水泳試験を受けている間、先輩たちが何か話しているのが聞こえた

         水泳試験を受けている間 ตรงนี้แต่งเองถูกแล้ว แต่先輩たちが何か話しているのが聞こえたประโยคนี้อ.คะตะกิริแก้มาให้ค่ะ (อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับgoalโดยตรงแต่น่าสนใจเลยเอามาพูดค่ะ)

         เหมือนว่าคนญี่ปุ่นนิยมเน้น วลี มากกว่า คำ รึป่าว อธิบายไม่ถูกแฮะ แต่จะยกตัวอย่างให้ดูค่ะ
         เช่นต้องการบอกว่า ฉันเห็นคุณA(ที่)ยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ
         ถ้าเป็นภาษาไทยเราจะพูดว่า เห็น”คุณA” コンビニの前に立っているAさんが見える。
         แต่ญี่ปุ่นจะพูดว่า เห็น”คุณAยืนอยู่” Aさんがコンビニの前に立っているのが見える。เพราะเราเห็น”คุณAกำลังทำอะไรซักอย่าง”อยู่นี่นา

         ประโยคในซาคุบุงนี้ก็เหมือนกัน

         ภาษาไทยเราพูดว่า ได้ยิน”รุ่นพี่”พูดอะไรกัน ก็น่าจะแปลเป็น 何か話している先輩たちが聞こえた。

         ถามว่ารู้เรื่องมั้ย มันก็พอรู้เรื่องอะนะ แต่มันฟังดูไม่สวยเลยอะ เพราะงั้นควรจะเขียนว่า ได้ยิน”รุ่นพี่พูดอะไรซักอย่าง” ไม่ใช่แค่ได้ยิน”รุ่นพี่” 先輩たちが何か話しているのが聞こえた

         ขอโทษจริงๆแต่จำไม่ได้แล้วว่าอาจารย์คนไหนแนะเรื่องนี้ แต่ก็นึกถึงตลอดแล้วก็พยายามใช้แบบที่ฟังดูญี่ปุ่นกว่าค่ะ

ほかの兵隊は川遊びに行きながら、ある兵隊さんはその近くに立って見回っていた。

         ประโยคนี้ก็แต่งเอง ไม่มีปัญหาค่ะ แค่เป็นการบอกbackground informationตอนนั้น เพื่อที่จะโยงไปเนื้อหาต่อไป

祖母はいつも100のサターンの硬貨を集めて、硬貨の穴に糸を通して1バーツのサターンの輪を作っていた

         อันนี้เป็นอีกจุดที่อาจารย์แก้มาให้ค่ะ ตอนแรกใช้ว่า輪をなした (จิ้มเอาจากดิกไฟฟ้า) ที่ควรใช้作っていたเพราะมันเป็นกิจวัตร เป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ(ในสมัยนั้น)ของคุณยาย แถมต้นประโยคเขียน いつも ด้วย ไม่ควรจะใช้รูปたธรรมดา

         อีกย่อหน้านึงที่อยากยกคือย่อหน้าสุดท้ายค่ะ

         「彼は今、何をしていると思うの?」と私は聞いてみた。私のほうを見ないで、今生きているなら日本で幸せに暮らしているだろう、と祖母はニコニコしながら答えた。何十年たっても、あの意味が分からない歌が歌える祖母を少しわかるようになったと思う。歌うたびに子供ころの友達と懐かしい思い出が祖母の記憶によみがえり、それは昨日おきたばかりのように新しい。

         และนี่! เมื่อฮานึลกลับมาอ่านซาคุบุงชิ้นนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง! จึงได้พบสิ่งที่น่าตกใจ! นั่นก็คือ!! (คนอ่าน: จะใส่เครื่องหมายตกใจทำไมหลายๆรอบว้อย!? -*-)

         今生きているなら日本で幸せに暮らしているだろう

         บร๊ะเจ้า ชีวิตนี้หนูได้ใช้ているครบทั้งหกประเภทแล้วค่ะ

         ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนแต่อุตส่าห์ใช้เป็น โฮกกก ดีใจจริงๆ (แต่มันแปลว่าเมื่อก่อนใช้แบบ無意識ได้แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้งั้นเรอะ? พัฒนาการถอยหลังหรืออย่างไร!? orz)

         ในวงเล็บนั่นล้อเล่นนะคะ มันไม่มีโอกาสได้ใช้บ่อยๆต่างหาก ถ้ามีโอกาสใช้บ่อย ก็จะกลายเป็นคนที่ยึดติดเรื่องในอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ไม่ก็อนาคตที่ยังมาไม่ถึง ไป นานๆใช้ทีน่ะดีแล้ว ว่ามั้ย? (พยายามหาแนวร่วม)

 

         ว้า... สั้นกว่าที่คิดแฮะ แต่ได้อ่านผลงานตัวเองอีกรอบ รู้สึกดีจังเลย ฮ่าๆๆ

         อยากขอบคุณอ.คะตะกิริอีกรอบจริงๆ ที่ทำให้รู้สึกดีกับการเขียนภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาได้ ถึงหลังจากนั้นจะไม่ได้เขียนเรื่องอิสระแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้กลับไปอ่านก็รู้สึกว่าอยากเรียนแบบนั้นอีกจัง (ไม่ใช่แค่ฮานึลนะ เพื่อนๆก็พูดกัน) ก็เดี๋ยวนี้มีแต่เขียนวิชาการ เขียนรีพอร์ทนี่นา ฮ่วย

         เหลือสอบอีกวิชา ขอให้ทุกคนโชคดีค่า~!!